| ศาล ปค.สั่งยกคำร้อง ระงับการบินสุวรรณภูมิช่วงกลางคืน |
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ |
30 พฤศจิกายน 2550 17:26 น. |
 |
ศาล ปค.กลาง สั่งยกคำร้องการระงับการบินขึ้นลงสุวรรณภูมิระหว่าง 4 ทุ่ม-ตี 5 ตามคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของชาวบ้าน เกรงกระทบต่อผู้ที่ต้องเดินทาง และความเชื่อถือของประเทศไทย ชี้หากชาวบ้านหากเห็นว่าเสียหาย สามารถใช้สิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ วันนี้ (30 พ.ย.) คณะตุลาการศาลปกครองกลางที่มี นายวุฒิชัย แสงสำราญ เป็นตุลาการเจ้าของสำนวน ได้มีคำสั่งยกคำขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาของนายสนั่น วรสุขศรี พร้อมชาวบ้าน359 คนที่อาศัยอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิที่ร้องขอให้ศาลสั่งบริษัทการท่าอากาศยานไทย นำเครื่องบินขึ้นลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในช่วงเวลาระหว่าง 22.00-05.00 น.ของคืนเดียวกันทุกวัน ไปจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ เหตุผลที่ศาลศาลปกครองสั่งยกคำขอ ระบุว่า การกระทำของอธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันเป็นเหตุให้มีการฟ้องคดีนี้เป็นการดำเนินการประกอบกิจการท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจราจรทางอากาศอันเป็นการจัดทำบริการสาธารณะที่รัฐต้องจัดให้มี และยังเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจและการพานิชย์ ซึ่งในช่วงเวลา 22.00-05.00 น.ของทุกวันจะมีบริการเที่ยวบินที่บินขึ้นลงที่สนามบินสุวรรณภูมิทั้งหมดโดยประมาณ 166 เที่ยว โดยร้อยละ 95 เป็นเที่ยวบินที่บินขึ้นลงระหว่างประเทศในการกำหนดเวลาบินขึ้น-ลงของสายการบินระหว่างประเทศนั้น สายการบินทั่วโลกจะจัดประชุมจัดสรรเวลาการบินล่วงหน้าคราวละ 6 เดือน โดยล่าสุดประชุมที่ประเทศแคนนาดาเมื่อต้นเดือน พ.ย.50 ซึ่งเป็นข้อตกลงหรือพันธะกรณีที่ประเทศไทยจะต้องให้สายการบินของประเทศต่างๆ บินมาประเทศไทยตามกำหนดการบินที่ได้รับอนุญาตแล้ว หากศาลจะมีคำสั่งให้ระงับการนำเครื่องบินขึ้นลงในระหว่างเวลา 22.00-05.00 น.จะทำให้ประเทศไทยไม่สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีได้ เพราะปัจจุบันสนามบินดอนเมืองไม่พร้อมสำหรับการให้บริการการบินระหว่างประเทศเนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ให้บริการลานจอดและบริการช่างอากาศ รวมทั้งตรวจคนเข้าเมืองซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้โดยสารที่จองตั๋วไว้ล่วงหน้า และกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่มีต่อสายการบินต่างๆ ทั่วโลกซึ่งจะต้องหยุดทำการบินมายังประเทศไทยในช่วงเวลา 22.00-05.00 น. และกำหนดจุดหมายปลายทางบินไปยังประเทศอื่นแทน รวมทั้งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่งสินค้าไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสินค้าส่งออก หรือสินค้าผ่านแดน อันจะก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐ และกระทบต่อประโยชน์ของประเทศโดยส่วนรวม ดังนั้น แม้ชาวบ้านทั้ง 359 คนจะได้รับความผลกระทบทางเสียงดังกล่าวจริง ศาลก็ไม่อาจมีคำสั่งกำหนดมาตรการชั่วคราวให้ระงับการนำเครื่องบินขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวได้ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้ว ประกอบกับหากชาวบ้านทั้ง 359 คนเห็นว่าตนได้รับความเสียหายอย่างไรจากการกระทำดังกล่าวก็ชอบที่จะใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายต่อผู้ที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อไปได้ กรณีนี้จึงไม่สมควรที่จะกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนพิพากษาให้แก่ชาวบ้านทั้ง 359 คน จึงมีคำสั่งให้ยกคำขอ คำสั่งศาลปกครองกลางระบุ
| |
|