|
|
ชิ้นส่วนที่จะผลิตในเวียดนามคือ Flap ส่วนที่บังคับการขึ้นลงของเครื่องโบอิ้ง 737 กลุ่มมิตซูบิชิประกาศเข้าตั้งฐานการผลิตที่นั่น ก่อนจะพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ ต่อไป | |
 | ผู้จัดการรายวัน-- บริษัทธุรกิจยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นนำหน้า "คลื่นลงทุนระลอก 3" เข้าลงทุนโครงการใหญ่ในเวียดนาม ตั้งแต่รถไฟฟ้าความเร็วสูงสายเหนือ-ใต้ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนขนาดใหญ่ รวมทั้งตั้งฐานผลิตชิ้นส่วนปีกเครื่องบินให้กับเครื่องบินโบอิ้งของสหรัฐฯ ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือด้านการค้า-การลงทุนครั้งใหม่รวมมูลค่าประมาณ 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เซ็นกันในวันพุธ (29 พ.ย.) ที่ผ่านมาระหว่างการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีเวียดนาม เหวียนมิงเจี๊ยต (Nguyen Minh Triet) ก่อนหน้านั้นในวันอังคาร ผู้นำแห่งรัฐเวียดนามได้พบหารือกับผู้นำของบริษัทชั้นนำหลายแห่งในกรุงโตเกียว ซึ่งรวมทั้งมารุเบนี (Marubeni) มิตซูบิชิ (Mitsubishi) และ อิโตชู (Itochu) ด้วย ปธน.เจี๊ยต ได้กล่าวยินดีต้อนรับโดยลงทุนจากญี่ปุ่นในๆ ทุกด้าน โดยเวียดนามพร้อมจะอำนวยความสะดวกต่างๆ "ผู้นำบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นกล่าวว่าพวกเขามีแผนที่จะขยายการลงทุนในเวียดนามอย่างกว้างขวาง" สถานีวิทยุเวียดนาม (Voice of Vietnam) รายงานบนเว็บไซต์ ประธานกลุ่มมิตซูบิชิได้แจ้งให้นายเจี๊ยตทราบว่า จะเข้าไปตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินในเวียดนาม ขณะที่กลุ่มมารุเบนีได้ย้ำแผนขยายการลงทุนผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อน และ อิโตชูแจ้งว่าจะเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการลงทุนก่อการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมเหนือ-ใต้ ระหว่างกรุงฮานอยกับนครโฮจิมินห์ วีโอวีกล่าว
|
|
|
หากนั่งติดหน้าต่างใกล้กับส่วนปีกไม่ว่าซ้ายหรือขวา มองผ่านออกไปก็จะเห็นส่วนนี้ของเครื่องบินทำงานทุกครั้งเมื่อเครื่องเตรียมจะขึ้นบินหรือกำลังจะลงจอด | |
 | อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ป่น นายชินโซ อาเบะ (Shinzo Abe) กล่าวระหว่างเยือนเวียดนามปลายปีที่แล้วว่า ญี่ปุ่นจะจัดหาทุนส่วนใหญ่สำหรับการลงทุนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ-ใต้ของเวียดนาม เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้กล่าวย้ำเรื่องนี้มาหลายครั้งหลังจากนั้น ยังไม่มีการเปิดรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการลงทุนโครงการใหญ่ของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นทั้งสามแห่ง รวมทั้งการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน 6,000 ล้านดอลลาร์ทางภาคเหนือของประเทศที่กลุ่มมารุเบนีเป็นแกนนำในการระดมทุนอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามมิตซูบิชิแถลงในวันพฤหัสบดีเกี่ยวกับแผนการจัดตั้งบริษัท MHI Aerospace Vietnam Co (MHIVA) เพื่อผลิตชิ้นส่วนสำหรับเครื่องบินพาณิชย์ มีกำหนดจะเริ่มการผลิตในต้นปี พ.ศ.2552 โดยเริ่มจากชิ้นส่วนที่เป็นอุปกรณ์บังคับการขึ้นลง (Flap) บนส่วนปีกของเครื่องบินโบอิ้ง 737 มิตซูบิชิยังได้กล่าวขอบคุณบริษัทโบอิ้งแห่งสหรัฐฯ ที่สนับสนุนโครงการนี้ ในความพยายามลดต้นทุนและหันมาใช้ทรัพยากรในญี่ปุ่นเพื่อทำมูลค่าเพิ่มในการดำเนินกิจการ โรงงานเฟสแรกของ MHIVA ใช้เงินลงทุนเพียงประมาณ 7 ล้านดอลลาร์ กับ พนักงานเพียง 50 คน มีกำหนดเปิดดำเนินการในเดือน ม.ค.2552 แต่หลังจากนั้นไม่นาน จะเพิ่มการจ้างงานขึ้นเป็นประมาณ 200 ตำแหน่งงาน มิตซูบิชิได้เลือกทำเลโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินในสวนอุตสาหกรรมทางลอง (Thang Long) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือกรุงฮานอย และในชั้นแรกจะผลิตชิ้นส่วนให้เครื่องบินโบอิ้งเดือนละ 2 ลำภายในสิ้นปี 2553 ก่อนจะเพิ่มเป็นเดือนละ 10 ลำ ในปี 2554 ถึงแม้ว่าในปัจจุบันมิตซูบิชิจะมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในญี่ปุ่น มาเลเซียและจีน แต่ก็มีแผนจะพัฒนา MHIVA ในเวียดนามเป็นฐานการผลิตใหญ่
|
|
|
ยังไม่ทรายรายละเอียดว่า Flap ที่ผลิตจากโรงงานเวียดนามจะใช้กับโบอิ้ง 737 เวอร์ชั่นใดบ้าง แต่มิตซูบิชิประกาศว่าอีกไม่นานข้างหน้าจะผลิตชิ้นส่วนนี้ป้อนเครื่องโบอิ้งรุ่นนี้ปีละนับ 100 ลำ | |
 | มิตซูบิชิแถลงถึงเหตุผลของการตัดสินใจย้ายฐานการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานออกนอกประเทศไปที่เวียดนามว่า ไม่เพียงแต่ที่นั่นจะมีแรงงานที่ขยันขันแข็งเท่านั้น หากยังมีที่ตั้งอันเหมาะสมและทันสมัยในเขตสวนอุตสาหกรรมที่บริษัทญี่ปุ่นก่อสร้างขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นเวียดนามยังมีความมั่นคงปลอดภัยทางสังคมสูง และ อยู่บนเส้นทางการคมนาคมขนส่งของโลกที่สะดวก ระหว่างการเยือนของ ปธน.เวียดนามครั้งนี้ บริษัทเอกชนญี่ปุ่นอีกหลายแห่งได้เซ็นความตกลงความร่วมมือกับฝ่ายเอกชนเวียดนามคณะใหญ่ที่ติดตามคณะเยือน กลุ่มนักลงทุนในนครโฮจิมินห์ได้เซ็นความตกลงกับกลุ่มมารุเบนี สถาปนาการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนาศูนย์อุตสาหกรรมพลังงานขึ้นใน จ.บิ่งดิง (Binh Dinh) ในภาคกลางตอนล่าง ส่วนบริษัท Financing & Promotion Technology หรือ FPT ได้เซ็นความตกลงกับบริษัท SBI Holdings ตั้งกองทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่นด้วยเงินทุน 100 ล้านดอลลาร์ บริษัทเอกชนและนักลงทุนจากญี่ปุ่นอีกหลายสิบรายได้เซ็นความตกลงกับหุ้นส่วนในเวียดนาม เพื่อขยายการลงทุนในปีหน้านี้ ประธานาธิบดีเวียดนามยังได้พบหารือกับประชาคมเศรษฐกิจและนักลงทุนอย่างกว้างขวาง เข้าปราศรัยในรัฐสภาญี่ปุ่น รวมทั้งเข้าเฝ้าองค์พระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินี ที่ทรงจัดงานเลี้ยงเป็นเกียรติสำหรับการเยือนครั้งนี้ ผู้นำเวียดนามยังได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายยาสุโอะ ฟุกุดะ (Yasuo Fukuda) และได้ยืนยันความตั้งใจที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น รัฐบาลเวียดนามกับรัฐบาลญี่ปุ่นได้เห็นพ้องกันที่จะเร่งการเจรจา เพื่อทำความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างกันในปี 2551 นี้
|
|
|
รถไฟหัวกระสุน E-200 เก่าไปหน่อย เพราะมีรุ่นใหม่ออกมาแล้ว ถ้าหาก Itochu ประกาศเล่นด้วย รถไฟความเร็วสูงในฝันของเวียดนามก็ใกล้ความจริงเข้าไปอีกขึ้น | |
 | นักลงทุนจากญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนต่างชาติกลุ่มแรกๆ ที่เข้าสู่เวียดนาม หลังจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์ได้ประกาศใช้นโยบายเปลี่ยนแปลงใหม่หรือโด่ยเหมย (Doi Moi) เมื่อ 21 ปีก่อน การลงทุนหยุดชะงักลงเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในเอเชียปี 2540 หลังจากนั้นญี่ปุ่นได้ค่อยๆ ทยอยขยายการลงทุนนอกประเทศอีกครั้ง แต่ส่วนใหญ่ยังคงพุ่งความสนใจเข้าลงทุนในจีนเป็นหลัก และ เมื่อไม่กี่ปีมานี้นักลงทุนญี่ปุ่นและชาติอื่นๆ ได้เริ่มขยายการลงทุนออกจากจีนเพื่อลดความเสี่ยง หลังจากค่าจ้างแรงงานในแผ่นดินใหญ่สูงขึ้น ทางการเวียดนามได้ตั้งความหวัง จะดึงดูดคลื่นลงทุนครั้งใหญ่จากญี่ปุ่นอีกครั้ง ให้เป็นคลื่นลงทุน "ระลอกที่ 3" โดยได้ปรับแผนส่งเสริมการลงทุนให้เข้ากับแนวคิด "China plus One" หรือ China + 1 ของนักลงทุน ทุนจากญี่ปุ่นเริ่มเริ่มเคลื่อนเข้าสู่เวียดนามอย่างตาเมื่อปีที่แล้วและในปีนี้ |