เวียดนามไม่พร้อม-บินโลว์คอสต์อันตราย

18/09/2007 12:22 Views: 5043
 
เวียดนามไม่พร้อม-บินโลว์คอสต์อันตราย
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 กันยายน 2550 10:31 น.
การบินไทยกลายป็นสายการบินที่มีเที่ยวบินเข้าเวียดนามมากที่สุด เดือน ต.ค.นี้จะเพิ่มเป็น 17 เที่ยวต่อสัปดาห์ หลายฝ่ายเชื่อว่าปีนี้อุตสาหกรรมการบินเวียดนามจะขยายตัวถึง 30% (ภาพ: www.lucienschranz.com)
       
ผู้จัดการรายวัน-- ผู้บริการสายการบินในเวียดนามกล่าวว่า เวียดนามยังไม่พร้อมสำหรับบริการบินแบบต้นทุนต่ำ ไม่ว่าจะเป็นด้านสนามบิน สถานที่บริการ ตลอดจนบุคคลากรที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย ขณะที่สายการบินโลว์คอสต์จากมาเลเซียและไทยกำลังมุ่งหน้าเข้าไปแข่งขัน
       
       หนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษ "ไซ่ง่อนไทมส์" รายงานเรื่องนี้ในฉบับวันจันทร์ เพียง 1 วันหลังเครื่องบิน MD-82 ของสายการบินต้นทุนต่ำ “วันทูโก” ประสบอุบัติเหตุจนเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ ที่ จ.กูเก็ต เมื่อวันอาทิตย์ (16 ก.ย.)
       
       ปลายเดือนที่แล้วสายการบินแอร์เอเชีย (AirAsia Berhad) จากมาเลเซียได้เซ็นบันทึกช่วยความจำกับกลุ่มวินาชิน (Vinashin) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เพื่อก่อตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ "วินาเอเชีย" (VinaAsia) ให้บริการในเวียดนามและบินเชื่อมประเทศใกล้เคียง โดยฝ่ายเวียดนามจะถือหุ้นใหญ่ 70%
       
       นายเลืองฮว้ายนาม (Luong Hoai Nam) ผู้อำนวยการบริหารของบินแปซิฟิกแอร์ไลนส์ ซึ่งเป็นการบินต้นทุนต่ำเพียงแห่งเดียวในปัจจุบันกล่าวว่า เวียดนามยังขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์ในด้านนี้ ขณะที่การบินประเภทนี้ส่อเค้าว่าจะขยายตัวอย่างรวดเร็วในอนาคต
       
       การขาดแคลนทรัพยากรด้านนี้ เป็นอุปสรรคสำคัญของทุกสายการบินที่จะเข้าไปแข่งขันให้บริการในเวียดนาม ผู้บริหารของแปซิฟิกแอร์ไลน์สกล่าว
       
       นายนามกล่าวว่า การฝึกบุคคลากรด้านนี้จะใช้เวลานานและต้องลงทุนอย่างสูง ทำให้สายการบินแปซิฟิกต้องว่าจ้างพนักงานชาวต่างชาติจำนวนมากทั้งนักบินและวิศวกร
       
       "สายการบินเวียดนามและแปซิฟิกแอร์ไลนส์ต้องส่งนักบินไปฝึกในต่างประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 100,000-200,000 ดอลลาร์ต่อคน เวียดนามยังไม่สามารถฝึกพวกเขาได้" นายนามกล่าว

สาวนกเหล่านี้อาจจะต้องบินเข้านครโฮจิมินห์ในอีกไม่นาน สายการบินต้นทุนต่ำ "นกแอร์" ของไทย ขอเข้าแข่งขันด้วย พร้อมๆ กับไทยแอร์เอเชีย (ภาพ: www.asiatraveltips.com)
       การฝึกนักบินเป็นสิ่งจำเป็น การว่าจ้างนักบินชาวต่างชาติทั้งหมดนั้นจะทำให้สายการบินไม่ได้รับประโยชน์ แปซิฟิกแอร์ฯ กำลังจะส่งนักบินออกไปฝึกในต่างแดน ในอีก 2 ปีข้างหน้า หากไม่มีนักบินที่มีความเชี่ยวชาญ การบินก็จะเป็นเรื่องอันตรายมาก
       
       เมื่อเดือนที่แล้วดาโต๊ะโทนี เฮอร์นันเดซ (Tony Hernandez) ซีอีโอของแอร์เอเชียกล่าวว่า จะมีการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส A-320 อีกจำนวน 50 ลำ เพื่อสายการบินวินาเอเชียโดยเฉพาะโดยจะเพ่งเล็งไปยังตลาดจีนด้วย
       
       ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือในเวียดนามยังขาดสนามบินสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ปัจจุบันสายการบินต้นทุนต่ำที่บินเข้าออกประเทศนี้ยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินเต็มอัตราเช่นเดียวกันกับสายการบินทั่วไป
       
       ก่อนหน้านี้บรรษัทเงินทุนเพื่อการลงทุน (State Capital Investment Corp) ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนของรัฐ ได้เสนอแผนการพัฒนาสนามบินยาเลิม (Gia Lam) ให้เป็นสนามบินสำหรับเที่ยวบินต้นทุนต่ำ รวมทั้งเครื่องบินรับจ้างประเภทแอร์แท็กซี่ด้วย แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ตั้งแต่นั้น
       
       ผู้บริหารของแปซิฟิกกล่าวว่า เรื่องนี้มีความจำเป็น จะเห็นได้จากในปัจจุบันทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ ต่างก็มีท่าอากาศยานสำหรับสายการบินประเภทต้นทุนต่ำโดยเฉพาะ
       
       อุตสาหกรรมการบินในเวียดนามมีอัตราเติบโตปีละ 12%-15% และปีนี้อัตราจะสูงยิ่งขึ้นไปอีก บรรดาเอเยนซี่จำหน่ายตั๋วต่างกล่าวว่าตลาดอาจจะขยายตัวถึง 30% และอาจจะโต 40%-50% ในปีกน้า
       
       ในเดือน เม.ย.ปีนี้ สายการบินแควนตัส (Qantas) จากออสเตรเลีย ได้เข้าซื้อหุ้น 30% ในสายการบินแปซิฟิกแอร์ไลนส์ ด้วยเงินลงทุนราว 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะพัฒนาสายการบินนี้เป็นการบินโลว์คอสท์ยอดนิยม บริการบินในประเทศและเชื่อมปลายทางต่างๆ ในภูมิภาค

ภาพจากแฟ้ม-- โบอิ้ง 737-200 ของแปซิฟิกแอร์ จอดที่ท่าอากาศยานเติ่นเซินเญิต (Tan Son Nhat) นครโฮจิมินห์ ปัจจุบันเวียดนาม จำเป็นจะต้องมีท่าอากาศยานสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำโดยเฉพาะ
       นายนามกล่าวว่าครึ่งแรกของปี 2547 นี้ ผลประกอบการของแปซิฟิกแอร์ไลน์สขยายตัวถึง 40%
       
       อย่างไรก็ตามในอนาคตอันใกล้นี้การแข่งขันบินต้นทุนต่ำในเวียดนามกำลังจะแข่งกันอย่างดุเดือด ขณะที่แอร์เอเชียกำลังจะเปิดบินเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-โฮจิมินห์ เป็นครั้งแรกสัปดาห์ละ 3 เที่ยว ในปลายปีนี้ ไทยแอร์เอเชียกับนกแอร์จากไทยก็แสดงความประสงค์จะเปิดบินสู่โฮจิมินห์ด้วย
       
       นายนามกล่าวว่าแปซิฟิกแอร์ไลนส์จำเป็นจะต้องหารูปแบบจำลองที่ดีในการให้บริการ ท่ามกลางการแข่งขันในอนาคตอันใกล้นี้ รวมทั้งประสบการจากสายการบินเจ็ตสตาร์ (Jetstar) สายการบินต้นทุนต่ำ บริษัทลูกของแควนตัส
       
       "เราต้องการดำเนินตามแนวทางของเจ็ตสตาร์และดำเนินการตามมาตรฐานของออสเตรเลีย" นายนามกล่าว
       
       ปัจจุบันสายการบินเจ็ตสตาร์เอเชีย (Jetstar Asia) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของเจ็ตสตาร์ออสเตรเลียกับบริษัทหุ้นส่วนจากสิงคโปร์ กำลังไปได้ดีในการบินเชื่อมโฮจิมินห์-นครซิดนีย์และสิงคโปร์
       
       นอกจากนั้นยังมีสายการบินไทเกอร์แอร์เวย์ส (Tiger Airways) จากสิงคโปร์อีกแห่งหนึ่งที่เข้าไปแข่งขันในเวียดนาม โดยให้บริการบินสิงคโปร์-ฮานอย มาตั้งแต่ปี 2548
       
       ไม่เพียงแต่เท่านั้นปัจจุบันเวียดนามได้กลายเป็นปลายทางสำคัญของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาค สายการบินแห่งชาติของไทยกำลังจะเพิ่มเที่ยวบินไปยังนครโฮจิมินห์อีกสัปดาห์ละ 1 เที่ยว รวมเป็นทั้งหมด 17 เที่ยว ตั้งแต่เดือน ต.ค.ศกนี้เป็นต้นไป

ภาพจากแฟ้มเครื่องบินแอร์บัส A320 สายการบินเวียดนามจอดที่ท่าอากาศยานนครด่าหนัง สายการบินต้นทุนต่ำทำให้บริการเส้นทางในประเทศได้รับผลกระทบ (ภาพ: www.lucienschranz.com)
       ฮ่องกงแอร์ไลน์สบินสู่นครโฮจิมินห์ในวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เดลตาร์แอร์ไลนส์จากสหรัฐ และ ออลนิปปอนแอร์เวย์สญี่ปุ่นเป็น 2 แห่งล่าสุดที่จะบินเข้าเวียดนาม ส่วนมาเลเซียแอร์ไลนส์จะใช้เครื่องบินใหญ่ขึ้น บรรทุกผู้โดยสารได้มากขึ้น บินเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-โฮจิมินห์-ฮานอย
       
       ตามรายงานของคณะกรรมการการบินพลเรือนเวียดนาม ปัจจุบันมี 8 สายการบินที่บินเชื่อมไทยกับเวียดนามในนั้นเป็นสายการบินของไทยจำนวน 5 สาย ไทยจึงเป็นทั้งปลายทางและต้นทางที่ใหญ่ที่สุด
       
       รองลงไปเป็นเส้นทางเวียดนาม-ไต้หวันมี 5 สายการบิน เวียดนาม-จีน 6 สาย และเวียดนามสิงคโปร์อีก 5 สาย.




Read more...


Read more...