| สรุปบินใน ปท. ใช้ดอนเมือง คาดโลว์คอสต์ย้ายตามหมด |
| โดย ผู้จัดการรายวัน |
16 กุมภาพันธ์ 2550 23:06 น. |
 |
"สุรยุทธ์"เห็นชอบให้ย้ายเส้นทางบินภายในประเทศที่ไม่มีการต่อเครื่องไปต่างประเทศ และสายการบินต้นทุนต่ำกลับดอนเมือง "ธีระ"เตรียมเสนอครม.อนุมัติสัปดาห์หน้า ขณะที่ไทยแอร์เอเชีย ยอมรับมติอยู่สุวรรณภูมิต่อ ชี้ผลตัดสินไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสุวรรณภูมิแออัด เพราะการเติบโตธุรกิจการบินสูง จับตาสุดท้ายต้องให้ย้ายโลว์คอสต์กลับมาหมด เหตุรัฐบาลไม่ต้องการลงทุนที่สุวรรณภูมิเพิ่ม คาดระยะแรกมีนกแอร์-วันทูโก และการบินไทยใช้ดอนเมืองประมาณ 71 เที่ยวบินต่อวัน "ยอดเยี่ยม"เผยเหตุแก้ปัญหาอาคารผู้โดยสารล่าช้า เพราะแบบสัมปทานภายในอาคารไม่ครบ วานนี้(16 ก.พ.)พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการดำเนินกิจการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานกรุงเทพ(ดอนเมือง)โดยมีพล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมการบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือ ทอท. พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) เรืออากาศโท อภินันท์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ กรรมการบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)และ นายต่อตระกูล ยมนาค กรรมการฯทอท.ร่วมประชุม พล.อ.สุรยุทธ์ เปิดเผยว่า การซ่อมแซมปรับปรุงสนามบินสุวรรณภูมิสามารถดำเนินการได้ในขณะที่เปิดให้บริการอยู่ แต่มีความจำเป็นที่จะต้องลดจำนวนเที่ยวบินบางส่วนลง และย้ายมาใช้สนามบินดอนเมืองแทน ซึ่งในขณะนี้เป็นสนามบินนานาชาติเช่นกัน โดยในระยะแรกจะให้ย้ายสายการบินภายในประเทศที่ไม่มีการต่อเที่ยวบินกับสายการบินต่างประเทศมาก่อน และในระยะต่อไปจะมีการพิจารณาเพิ่มเติม โดยให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาและเสนอผลภายใน 6 เดือนว่า การที่จะใช้เที่ยวบินอื่นๆ มาใช้ดอนเมืองอีกจะมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด ส่วนการซ่อมแซมสุวรรณภูมิจะใช้เวลานานแค่ไหนนั้น ได้มอบหมายให้ทอท.เป็นผู้พิจารณา เพราะมีอยู่ 2 ส่วนคือ 1. ส่วนที่เป็นแท็กซี่เวย์และรันเวย์ และ 2.ส่วนตัวอาคารสนามบิน ซึ่งได้ระบุกันว่าจำเป็นจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตของผู้คนเป็นลำดับแรก ซึ่งก็อยู่ที่ทอท.จะพิจารณา อย่างไรก็ตามการดำเนินการ เรื่องรันเวย์และแท็กซี่เวย์ ขณะนี้บางส่วนยังอยู่ในสัญญาที่บริษัทผู้รับเหมาจะต้องซ่อมแซม "การย้ายมาดอนเมืองให้เป็นไปด้วยความสมัครใจของแต่ละสายการบิน ส่วนดอนเมืองคาดว่าจะใช้เวลาในการปรับปรุงไม่เกิน 2-3 สัปดาห์ ก็ใช้งานได้ นอกจากนี้จะต้องชี้แจงให้ต่างประเทศทราบด้วยว่า สนามบินสุวรรณภูมิมีความปลอดภัย และอยู่ในสถานะที่จะดำเนินการซ่อมไปได้และใช้ไปได้" พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พูดถึงประเด็นปัญหาที่สุวรรณภูมิไม่มีแบบก่อสร้างว่า เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากการก่อสร้างจะต้องมีแบบทั้งผู้ที่เป็นผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างทั้งหมด ถ้าไม่มีก็ต้องถูกลงโทษ ส่วนที่หลายคนห่วงเรื่ององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือ (ICAO)จะมีปัญหาหรือไม่ในการปิดซ่อมบางส่วน ก็เห็นว่าหากมีข้อมูลให้ ICAO จะทราบได้ว่า สิ่งที่ดำเนินการไปเป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับทุกอย่าง **เตรียมเสนอครม.สัปดาห์หน้า พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายดำเนินกิจการท่าอากาศยานฯ ว่า ที่ประชุมได้รับทราบปัญหาและแนวทางการแก้ไขของทางวิ่ง (Runway)และทางขับ(Taxiway) ของอาคารผู้โดยสาร สนามบินสุวรรณภูมิ และการใช้สนามบินดอนเมือง ซึ่งได้เห็นด้วยตามข้อสรุปของกระทรวงคมนาคมจากที่ได้พิจารณาและรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยจะให้ย้ายเส้นทางภายในประเทศ เฉพาะที่ไม่มีการต่อเครื่องบินไปต่างประเทศ โดยอยู่บนพื้นฐานความสมัครใจของสายการบิน และคาดว่าจะเสนอที่ประชุมครม.ได้ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ คาดว่าการย้ายเส้นทางบินภายในประเทศ ที่ไม่มีการต่อเครื่องจะลดความแออัดที่สุวรรณภูมิลงได้ประมาณ 17 % จากปริมาณการจราจรที่มีอยู่ในปัจจุบัน หรือจะมีเที่ยวบินกว่า 70 เที่ยวบินต่อวันที่มาใช้ดอนเมือง โดยเบื้องต้นได้รับทราบว่า สายการบินนกแอร์ จะย้ายไปทั้งหมด ส่วนการบินไทย จะแบ่งเส้นทางบินภายในประเทศบางส่วนไปดอนเมือง รวมถึง สายการบิน โอเรียนท์ไทย หรือ วันทูโก หลังจากนี้จะมีการพิจารณาเส้นทางบินระหว่างประเทศในการย้ายกลับมาดอนเมืองต่อไป แต่เบื้องต้นเที่ยวบินที่ย้ายมาดอนเมือง คิดว่าจะเป็นการย้ายถาวร เพราะคงไม่มีใครอยากย้ายไปย้ายมา และเห็นว่าสายการบินใดที่ลงทุนที่สุวรรณภูมิไปมากแล้วก็ไม่จำเป็นต้องย้ายมา เพราะเป็นการเปิดให้ย้ายกลับตามความสมัครใจ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ทั้งการบริหารจัดการการให้บริการเพื่อเชื่อมระหว่าง 2 สนามบิน สายการบินคงต้องรับผิดชอบ "คงต้องยอมรับว่าจะเกิดความไม่สะดวกขึ้นแน่ แต่ทุกฝ่ายต้องยอมรับ โดยทอท.รายงานว่า จะปรับปรุงดอนเมืองเสร็จพร้อมใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.50 ส่วนการจะใช้อย่างเป็นทางการเมื่อใด ต้องพิจารณาภาพรวมอีกครั้ง แต่เชื่อว่าจะการลดปริมาณจราจรจะทำให้สุวรรณภูมิลดความแออัดลงได้ตามวัตถุประสงค์และดอนเมืองจะเป็นสนามบินรองรับในทุกกรณี"รมว.คมนาคม กล่าว ส่วนกรณีที่ทอท.ต้องการให้ย้ายปริมาณจราจรกลับมาดอนเมืองในสัดส่วน 20 % เพื่อให้คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายนั้น พล.ร.อ.ธีระ กล่าวว่า ทอท.ต้องยอมรับผลการพิจารณา และทางออกดังกล่าวเป็นแนวทางที่ดีกว่าที่ ทอท.ประสบอยู่ตอนนี้ ที่มีเพียงเที่ยวบินเช่าเหมาลำเท่านั้น ซึ่งทำรายได้ให้ทอท.น้อยมาก ดังนั้นการย้ายเที่ยวบินภายในประเทศก็จะช่วยให้ทอท.ดีขึ้นกว่าปัจจุบันแน่ **จี้ทอท.แก้ปัญหาแผงควบคุมไฟฟ้า สำหรับการแก้ปัญหาภายในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมินั้น รมว.คมนาคม กล่าวว่า เรื่องที่ไม่มีแบบหรือแบบไม่ครบก็ต้องพิจารณาต่อไป และคิดว่าการเปลี่ยนแบบบางส่วนต้องมีผู้รับผิดชอบ ส่วนการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อทำให้ภายในอาคารผู้โดยสารมีความสะดวกมากขึ้นนั้น ก็เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยเป็นหลัก และให้เร่งดำเนินการ ยอมรับว่าอาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่เป็นหน้าที่ที่ไม่สามารถปฎิเสธได้ และอาจต้องมีการออกแบบ หรือหาผู้รับเหมามาแก้ไข ส่วนกรณีแผงควบคุมระบบไฟฟ้าและแสงสว่างภายในอาคารผู้โดยสารที่ตั้งอยู่บนหลังคาอาคารผู้โดยสาร และกังวลว่าช่วงอุณหภูมิสูงจะทำให้เกิดไฟไหม้ได้นั้น ทอท.กำลังหาแนวทางเพื่อควบคุมอุณหภูมิในบริเวณแผงควบคุมระบบไฟฟ้าดังกล่าว ซึ่งอาจจะต้องทำเป็นห้องควบคุมไว้ **สุดท้ายโลว์คอสต์ต้องใช้ดอนเมือง แหล่งข่าวจากที่ประชุมกล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ย้ายเฉพาะเส้นทางภายในประเทศที่ไม่มีการต่อเครื่องมาดอนเมืองในระยะแรก เนื่องจากเห็นว่าหากให้เส้นทางระหว่างประเทศมาด้วยอาจจะมีปัญหาหลายด้าน และเพื่อลดกระแสความชัดแย้งในขณะนี้ แต่มีการคาดการณ์กันว่าในที่สุดก็จะต้องมีการย้ายเส้นทางระหว่างประเทศมาใช้ดอนเมือง โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airline)เพราะสุวรรณภูมิจะเกิดความแออัดเนื่องจากการขยายตัวของธุรกิจการบิน ประกอบกับนโยบายที่รัฐบาลชุดนี้ไม่ต้องการให้มีการลงทุนเพิ่ม และต้องการใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้น การให้ดอนเมืองเป็นสนามบินนานาชาติก็เพื่อรองรับการใช้ที่สมบูรณ์ของดอนเมืองในอนาคต ที่จะรองรับเที่ยวบินทุกประเภทเช่นเดียวกับสุวรรณภูมิ แต่ทอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบเพื่อรองรับในระยะยาว **คาดซ่อมสุวรรณภูมิ 2-8 สัปดาห์ ด้านร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเห็นชอบแผนการย้ายสนามบินสุวรรณภูมิบางส่วนมาที่สนามบินดอนเมืองตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระในการใช้สนามบินสุวรรณภูมิได้ประมาณ 71 เที่ยวบินต่อวันหรือประมาณ 17% ของเที่ยวบินทั้งหมดที่ใช้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิ "หากย้ายบางส่วนไปที่สนามบินดอนเมือง จะช่วยให้การซ่อมแซมสนามบินทำได้เร็วขึ้น โดยการซ่อมแซมนั้นก็ไม่ต้องปิดสนามบินทั้งหมด แต่จะปิดบางจุดเพื่อดำเนินการซ่อมแซมเท่านั้น และคาดว่าจะใช้เวลาในการซ่อมแซมตั้งแต่ประมาณ 2 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน ขึ้นอยู่กับความเสียหายในแต่ละจุดส่วนการแก้ไขอาคารผู้โดยสาร เช่น ตู้ควบคุมระบบไฟแสงสว่างที่ติดตั้งอยู่บนคานยอดจั่วของหลังคาอาหาร ปัญหาสะพานเทียบเครื่องบิน อยู่ระหว่างการแก้ไขให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ซึ่งไม่ถือเป็นปัญหาขั้นร้ายแรง"โฆษกฯ กล่าว ทั้งนี้ จากการประชุมร่วมกับสายการบิน ในการใช้พื้นที่สนามบินดอนเมือง ปรากฏว่า สายการบินต่างประเทศทุกแห่ง ที่ไม่ใช่สายการบินต้นทุนต่ำ และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (บางกอก แอร์เวย์ส)ต้องการใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ย้ายมาดอนเมือง และสนับสนุนให้สุวรรณภูมิ เป็นสนามบินนานาชาติแห่งเดียว แต่หากรัฐบาลจะใช้ดอนเมืองเป็นการถาวร ควรกำหนดเป็นนโยบาย และจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ของสนามบินให้ชัดเจน ส่วนสายการบินโอเรียนท์ไทย วันทูโก จะใช้สุวรรณภูมิ สำหรับเที่ยวบินต่างประเทศ และใช้ดอนเมือง สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ ส่วนสายการบินนกแอร์ จะใช้ดอนเมืองสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และถ้าในอนาคตหากนกแอร์ มีเที่ยวบินระหว่างประเทศได้ ก็จะใช้สุวรรณภูมิ สำหรับ ไทย แอร์ เอเชีย ต้องการใช้ดอนเมืองสำหรับเที่ยวบินภายในและต่างประเทศ แต่ถ้าหากรัฐบาลให้ใช้ดอนเมือง สำหรับสายการบินในประเทศเท่านั้น ไทยแอร์เอเชียก็จะขออยู่ที่สุวรรณภูมิทั้งหมด ส่วนการบินไทย จะใช้ดอนเมือง สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ ที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับเที่ยวบินต่างประเทศ แต่หากรัฐบาลจะให้ดอนเมืองใช้ทั้งเที่ยวบินในและต่างประเทศ การบินไทยต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดอีกครั้ง ทั้งนี้ การให้เที่ยวบินต่างประเทศมาบินประจำที่ดอนเมืองด้วยนั้น มีความเห็นว่าควรมีการพิจารณาศึกษาความพร้อมในด้านต่าง ๆ ให้เกิดความรอบคอบก่อน เช่น การสร้างระบบการขนส่งและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในการเชื่อมต่อระหว่าง 2 สนามบิน อย่างไรก็ตาม ระหว่างการหารือของนายกรัฐมนตรี ได้มีการพูดถึงการที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาตรวจสอบปัญหาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ยังไม่มีมติ โดยได้ขอให้ประธานบอร์ด ทอท.ไปพิจารณาอีกครั้ง นางกัลยา ผกากรอง รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่า กรณีที่ย้ายเฉพาะเที่ยวบินภายในประเทศ ที่ไม่มีการต่อเครื่องมาดอนเมือง ซึ่งปริมาณจราจรไม่ถึง 20% ตามที่ทอท.ต้องการเพื่อลดความแออัดในระหว่างการซ่อมแซมสุวรณภูมิ และจะเกิดความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายของดอนเมืองนั้น ไม่มีปัญหาเพราะค่าใช้จ่ายและรายได้ ที่สุวรรณภูมิและดอนเมืองสุดท้ายก็ต้องเข้ามาที่ทอท.เหมือนกัน เป็นกระเป๋าเดียวกัน และดีกว่า การที่ทอท.ต้องลงทุนเพื่อขยายขีดความสามารถส่วนการซ่อมแซมก็สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้ **ไทยแอร์เอเชียชี้ย้ายเฉพาะในประเทศ นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ไทยแอร์เอเชียคงไม่สามารถย้ายกลับมาดอนเมืองได้ หากนโยบายให้เฉพาะเส้นทางภายในประเทศที่ไม่มีการต่อเครื่องและเห็นว่าเป็นการตัดสินใจดังกล่าวไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการแก้ปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิที่ต้องการลดความแออัด ในระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซม และการที่ทอท.ต้องการชะลอการลงทุน เพื่อขยายขีดความสามารถสุวรรณภูมิเพื่อรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 45 ล้านคนต่อปี แต่เป็นการตัดสินใจโดยนำเรื่องการแข่งขันของธุรกิจการบินเข้ามาร่วมด้วย แต่เมื่อเป็นการตัดสินและก็ต้องยอมรับ ซึ่งรมว.คมนาคมได้พูดชัดเจนว่า การตัดสินใจที่ออกมาจะต้องมีบางคนได้ประโยชน์ บางคนเสียประโยชน์ ดังนั้นไทยแอร์เอเชียก็ต้องยอมถอย เพราะก่อนหน้านี้ได้เสนอแล้วว่า พร้อมย้ายกลับมาดอนเมืองทั้งหมด แต่มีการคัดค้าน ซึ่งก็ไม่ว่าอะไรและเสนอไปว่าไทยแอร์เอเชียอยู่ที่สุวรรณภูมิต่อได้ แต่ให้สายการบินอื่นรวมตัวกันให้ปริมาณจราจรได้ 20 % เพื่อย้ายมาดอนเมืองตามที่ทอท.ต้องการ แต่ก็ไม่มีใครมาอีก ที่ผ่านมาไทยแอร์เอเชียถูกระบุเป็นสายการบินที่มีต่างชาติถือหุ้น ถ้ามาอยู่ดอนเมืองจะได้เปรียบ ซึ่งเรื่องนี้ต้องไปดูที่กฎหมาย หากไม่ต้องการให้ต่างชาติถือหุ้นในสายการบินก็ต้องแก้ไขกฎหมาย และยืนยันว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ที่สุวรรณภูมิหรือดอนเมือง ก็ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อการเติบโตของไทยแอร์เอเชีย โดยในปี 50 คาดว่า ไทยแอร์เอเชียจะมีผู้โดยสารประมาณ 4.5 ล้านคนและในปี 51 จะเพิ่มเป็น 6-6.5 ล้านคน ทั้งนี้เนื่องจากมีเครื่องบินเพิ่มมาอีก 6 ลำ *ช้าเพราะแบบภายในอาคารไม่ครบ นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ กรรมการบอร์ด ทอท.กล่าวว่า ในส่วนของอาคารผู้โดยสาร สนามบินสุวรรณภูมิได้มีการรายงานจุดที่เป็นปัญหา และแนวทางแก้ไขต่อที่ประชุม เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา แต่ยังมีปัญหาทางระบบวิศวกรรมอื่น ๆ ที่สร้างความไม่สะดวกให้กับผู้ที่ใช้บริการแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้เร่งดำเนินการแก้ไขไปพร้อมๆ กับการให้บริการ และบางอย่างก็แก้ไขเสร็จแล้ว ส่วนที่เหลือก็จะดำเนินการให้เสร็จภายใน 6-8 เดือน เพราะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอาคารที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ พบปัญหาตรงไหนก็แก้ไปทีละจุด โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก "ระบบโครงสร้างอาคารไม่มีปัญหา แต่การใช้งานอาคารไม่ได้รับความสะดวกสบายและยืนยันว่าหากจะมีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ 80% มั่นใจว่าจะไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากอาคารผู้โดยสารอย่างแน่นอน แต่เรื่องที่กังวลคือ ไม่สามารถหาแบบที่บริษัทได้รับสัมปทานในการดำเนินกิจการภายในอาคาร และก่อสร้างภายในได้ครบถ้วนทำให้การตรวจสอบความเสียหายล่าช้าไม่ชัดเจน ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารหรือไม่ โดยเรื่องนี้ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร จะเป็นผู้รับผิดชอบในการพิจารณาในแง่ของกฎหมาย ทั้งนี้นายกฯ ยังเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยที่สุด ตามด้วยความสะดวกสบาย และสวยงามตามลำดับ หลังจากนั้นความร่ำรวยก็จะตามมา"นายยอดเยี่ยม กล่าว |
Reft. www.manager.co.th |
|