การใช้เวลาอยู่บนเที่ยวบินนานกว่า 8-10 ชั่วโมงในเครื่องบิน โดยไม่มีอะไรทำ นอกจากดูภาพยนตร์หรืออ่านหนังสือแล้ว อาหารที่เสิรฟบนเครื่องจุดขายที่ทุกสายการบินต่างมีการพัฒนาและปรับปรุงมาอยู่ตลอดเวลาและต่อเนื่อง ดังนั้นความสำคัญของอาหารบนเครื่องบินจึงเป็นเรื่องที่ผู้โดยสารคาดหวังว่าควรมีคุณภาพดี และมีปริมาณพอเพียงต่อความต้องการของผู้โดยสาร
แน่นอน...ภาพการแข่งขันในธุรกิจสายการบินที่ใช้อาหารบนเครื่องบินมาเป็นกลยุทธ์ผูกมัดใจผู้โดยสาร จึงต้องมีการสลับสับเปลี่ยนเมนูอยู่ตลอดทุกๆ 3-6 เดือน
ปัจจุบันสายการบินไหนเสิร์ฟอาหารมากกว่า และมีรสชาติของอาหารถูกปากผู้โดยสารทุกชั้นที่นั่ง จะถูกเลือกใช้บริการในอันดับต้นๆก็ว่าได้
ส่งผลให้เวลานี้สายการบินหลายแห่งถึงกับมียุทธศาสตร์ด้านบริการอาหารเป็นจุดขายสร้างอิมเมจให้กับตัวเอง
โดยเฉพาะสายการบินเกาหลี ที่เสิร์ฟอาหารแบบผักอนามัย ให้กับผู้โดยสารบนเครื่องเป็นเมนูหลัก
ขณะที่กลยุทธ์สายการบินเดลต้าที่บินตรงจากสนามบิน JFK ถึงมุมใบ สร้างความเซอร์ไพร์สผู้โดยสารด้วยการเสิร์ฟอาหารโดยพ่อครัวชั้นนำ มิเชล เบิร์นสตีน
แม้แต่สายการบินไชน่า เซาเทิร์น ถึงกับจัดเที่ยวบินเทศกาลอาหารบนเครื่องบินถึง 6,000 เที่ยวบิน เรียกว่ากินกันสำราญทุกเที่ยวบิน
ล่าสุด สายการบิน เอมิเรตส์ มีการปรับและยกระดับบริการอาหาร โดยผู้โดยสารที่บินชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจจะได้รับอาหารปรุงโดยพ่อครัวจากโรงแรมชั้นหนึ่งในดูไบ
สำหรับผู้โดยสารสายการบิน VLM แห่งเมืองอันสเวิร์บ ประมาณร้อยละ 80 จะได้รับบริการอาหารว่างและอาหารประเภทสแน็ก และแถมด้วยเครื่องดื่มทุกเที่ยวบิน
ท้ายที่สุดสายการบิน ANA ของญี่ปุ่นกลับมองว่าอาหารเป็นเรื่องใหญ่และต้องอร่อยไปพร้อมๆกับดูแล้วสวยงาม
นอกเหนือจากเก้าอี้ที่นั่งกับความบันเทิงในจอตู้ หรือ KrisWorld ซึ่งมีรูปแบบที่ดูทันสมัยและหลากหลายมากขึ้นการปรับโฉมใหม่ของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ ในปี 2007 ที่จะทำให้ผู้โดยสารเซอร์ไพรส์คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของครัวลอยฟ้า
ขณะเดียวกันเมนูทั้งหมดที่ถูกเสิร์ฟบนเครื่องบินลำใหม่ B777-300ER โดยทีมเชฟที่มีประสบการณ์มายาวนานจะคอยเนรมิตอาหารเลิศรสแก่ผู้โดยสาร ซึ่งนำทีมโดย จอร์จ บลอง เอกเซ็กคิวทีฟเชฟชาวฝรั่งเศส ผู้มีดีกรีเป็นถึงเชฟระดับ 3 ดาวแห่งมิชิลิน บลองนั้นเชี่ยวชาญทั้งอาหารยุโรปและเอเชีย แต่จานที่ได้รับการการันตีสมกับเป็นมิชิลิน สตาร์ นั่นก็คือ อาหารฝรั่งเศสอันสุดวิเศษ
กลยุทธ์ง่ายๆที่ทีมเชฟทั้งหมดนี้จะถูกแบ่งหน้าที่ทำอาหารกันอย่างชัดเจน สำหรับเชฟเอเชียนั้นแต่ละคนจะมีหน้าที่รังสรรค์เมนู Asian Ethic หรืออาหารพื้นบ้านแบบเอเชีย เสิร์ฟแก่ผู้โดยสารในชั้นประหยัดให้ได้อิ่มอร่อย พร้อมกับซึมซับเอาวัฒนธรรมอาหารของชาวเอเชียในขณะกำลังเพลิดเพลินจานเด็ดสะระตี่นี้
ขณะที่ชั้นธุรกิจ ซึ่งจะเสิร์ฟทั้งอาหารเอเชียและยุโรป ก็จะเป็นหน้าที่ของเชฟฝรั่งที่มีความถนัดเฉพาะด้าน ในชั้นนี้มีเมนูที่หลากหลายมากขึ้น เช่นว่า ปลา เนื้อ ไก่ หมู นอกจากนั้นขนาดที่เสิร์ฟก็จะเป็นแบบบิ๊กไซส์อีกนิด เรียกว่าผู้โดยสารที่ตีตั๋วจะต้องอิ่มแปล้กันเห็นๆ
ส่วนชั้นหนึ่ง ความอร่อยจะถูกปรุงแต่งขึ้นอย่างสุดพิเศษ โดยฝีมือของเอกเซ็กคิวทีฟเชฟชาวฝรั่งเศสและลูกมืออีกหลายคนที่ร่วมกันรังสรรค์ เมนูที่เสิร์ฟในชั้นนี้ค่อนข้างจะดูหรูหรา เพราะเขาจะเน้นอาหารฝรั่งเศสเป็นหลัก ใช้ส่วนผสมตามฤดูกาล อย่างช่วงไหนเป็นฤดูของทรัฟเฟิล ก็ถือเป็นลาภปากผู้โดยสารที่จะได้ลิ้มรส สำหรับการเสิร์ฟอาหารนั้นจะไล่เรียงเป็นคอร์ส มีทั้งหมด 6 คอร์ส เช่น ที่นิยมเสิร์ฟในร้านอาหาร พร้อมด้วยเครื่องดื่มชั้นดีจำพวกไวน์ แชมเปญ ซึ่งถือว่าขาดไม่ได้เลย
ความอร่อยทั้งหมดนี้จะเริ่มให้บริการครั้งแรกใน 2 เที่ยวบิน นั่นคือ สิงคโปร์-ปารีส กับ สิงคโปร์-ซูริค ซึ่งตรงกับวันที่โบอิ้งลำยักษ์จะพาผู้โดยสารเหินฟ้า ในวันที่ 7 มกราคม 2550 สำหรับคนไทยที่อยากสัมผัสกับความอลังการแบบนี้เห็นทีจะต้องตีตั๋วไปยุโรป และ/หรือถ้าจะไปเอเชียก็คงจะมีแต่เซี่ยงไฮ้ที่เดียวเท่านั้น ส่วนเที่ยวบิน สิงคโปร์-กรุงเทพฯ คาดว่าคงต้องรอไปก่อน
อย่างไรก็ดี บูรนัท ลิมจิตติ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของสายการบิน ออสเตรียน แอร์ไลน์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า อาหารบนเครื่องบินจะต้องมีความสดใหม่ และทุกสายการบินแทบจะไม่แตกต่างกันเลย อาจจะมีบ้างสำหรับสายการบินบางแห่งที่ยอมซื้อแบรนด์ดังหรือเชฟจากต่างประเทศมาสร้างจุดขายเพื่อสร้างเมนูอาหารให้เป็นที่พอใจสำหรับผู้โดยสารในแต่ละชั้นที่นั่งของผู้โดยสาร
ขณะเดียวกันก็ต้องมีการเตรียมแผนงานในทุกๆ 6 เดือนเพื่อสร้างเมนูอาหารขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ดังนั้นการใช้เชฟที่มีชื่อเสียงมาเป็นตัวสร้างเมนูอาหารให้กับผู้โดยสารจึงกลายเป็นค่านิยมที่ทุกสายการบินโดยเฉพาะเส้นทางที่ยาวไกลจะนำมาปฏิบัติและนับว่าได้ผลดีทีเดียว
ข้อแนะนำสำหรับผู้โดยสารที่ต้องเดินทางไกลและ ถ้าไม่พอใจว่าจะได้รับบริการที่ ดี หรือ พอเพียง
1) เอาอาหารโปรดของคุณไปเอง ปรุงด้วยความเผ็ดร้อนอย่างไรก็ได้ ใส่ภาชนะมิดชิดเก็บความร้อนเย็นให้ดี
2) สายการบินทั่วไป สั่งอาหารเฉพาะให้ได้ หากผู้โดยสารเป็นโรคเบาหวาน หรือไม่กินเนื้อไม่กินผัก หรือแพ้ถั่ว กรุณาแจ้งกับสายการบินล่วงหน้า 24 ชม. หรือถ้ามีเด็กเล็ก ก็ควรแจ้งความจำนงต้องการอาหารเด็ก/ต้องการนมสด/นมผง ฯลฯ
3) สอบถามก่อนเช็กอินดูว่า จะให้บริการอาหารเมื่อไร และที่ไหน ส่วนมากจะเป็นครัวด้านหน้า ซึ่งผู้โดยสารมีสิทธิเลือกอาหารก่อน (ถ้ามีให้เลือก) ถ้าผู้โดยสารรู้ว่าจะได้ที่นั่งใกล้ๆ ที่จะเสิร์ฟอาหารก่อน
4) ถ้าผู้โดยสารไม่ทันสั่งอาหารเฉพาะ ก็พยายามเลือกที่นั่งใกล้ชั้นหนึ่งหรือธุรกิจ และถามว่ามีอาหารเหลือหรือไม่ เป็นไปได้ว่าเขามีอาหารดีๆ เผื่อให้คุณแน่...
5) พยายามเอาผลไม้แช่อิ่ม, ถั่ว ติดตัวไว้ ยามเครื่องบินดีเลย์ และ/หรือถ้าผู้โดยสารกินอาหารที่เขาเสิร์ฟไม่ได้ ก็ควรขอน้ำผลไม้อาทิ มะเขือเทศ, นมแทน จะช่วยให้อิ่มท้องได้
6) หากเดินทางเที่ยวบินระยะทางไกล ควรกินอาหาร และถ้าหลับก็ควรให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องปลุก อย่าเพิ่งไปลดความอ้วนขณะเดินทางโดยเครื่องบินเลย
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (8 ธ.ค. 49) www.manager.co.th
ครัวลอยฟ้า
จุดขายที่ทุกสายการบิน(ทางไกล)ต้องเลือกใช้ ( ตั๋วเครื่องบิน )


