โลว์คอสท์เวียดนามบินเข้าไทยเดือนหน้า

04/09/2008 14:07 Views: 4397
 
โลว์คอสท์เวียดนามบินเข้าไทยเดือนหน้า
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 กันยายน 2551 13:23 น.
"แปซิฟิกแอร์ไลน์" กำลังจะกลับสู่ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งในฐานะสายการบินตhนทุนต่ำและภายใต้ชื่อใหม่ "เจ็ทสตาร์แปซิฟิก" (JetStar Pacific)
       
ผู้จัดการรายวัน-- เจ็ทสตาร์แปซิฟิก (JetStar Pacific) สายการบินต้นทุนต่ำแห่งแรกและแห่งเดียวของเวียดนามได้ประกาศแผนการบินเข้าไทยในปลายเดือน ต.ค. ศกนี้ โดยบินเชื่อมกับนครโฮจิมินห์ซึ่งในปัจจุบันไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia) เป็นสายการบินประเภทโลว์คอสท์เพียงแห่งเดียวจากประเทศไทยที่บินให้บริการเส้นทางนี้
       
       หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนการเจ็ทสตาร์แปซิฟิกก็จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่การบินเวียดนาม หลังจากได้พยายามบินเข้าสู่เมืองหลวงของไทยมาเป็นเวลาหลายปี ตั้งแต่ครั้งยังเป็นแปซิฟิกแอร์ไลน์ (Pacific Airline) ซึ่งถือหุ้นใหญ่โดยสายการบินแห่งชาติเวียดนาม
       
       การบินเชื่อมประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศของเจ็ทสตาร์แปซิฟิกระหว่างเดือน ต.ค.-พ.ย. ศกนี้ นายเลืองฮว้ายนาม (Luong Hoai Nam) หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารของเจ็ทสตาร์ฯ เปิดเผยเรื่องนี้กับหนังสือพิมพ์ไซ่ง่อนไทมส์
       
       เจ็ทสตาร์แปซิฟิก (JetStar Pacific) ซึ่งใช้โฮจิมินห์เป็นฐานการบิน ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เมื่อต้นปีนี้จากแปซิฟิกแอร์ไลน์ (Pacific Airline) ที่ประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก เนื่องจากถูกกีดกันด้านเส้นทางการบินในประเทศจากสายการบินแห่งชาติ
       
       สายการบินแควนตัส (Qantas) แห่งออสเตรเลียได้เข้าซื้อหุ้น 30% ในสายการบินโลว์คอสท์ของเวียดนามเมื่อปีที่แล้ว ด้วยตัวเลขการลงทุนที่ยังไม่เปิดเผย หุ้นส่วนที่เหลือยังเป็นของบรรษัทการเงินเพื่อการลงทุนของรัฐบาล
       
       ผู้บริหารของเจ็ทสตาร์ฯ กล่าวว่าจะเปิดให้บริการบินเข้าไทยเป็นประจำทุกวัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. ก้าวต่อไปคือ เมืองเสียมราฐของกัมพูชากับสิงคโปร์ ซึ่งจะเริ่มวันที่ 3 พ.ค. และ 14 พ.ย. ตามลำดับ โดยจะเปิดให้จองตั๋วที่เว็บไซต์ www.jetstar.com ในเดือน ก.ย.นี้
       
       นายนามกล่าวว่าเจ็ทสตาร์ฯ จะใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ขนาด 168 ที่นั่งในการบินเชื่อมปลายทางใหม่นี้ เพื่อเปิดทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวจากโฮจิมินห์ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปยังปลายทางสำคัญในสามประเทศกลุ่มอาเซียนดังกล่าว และในทางกลับกัน
       
       ตามรายงานของสื่อเวียดนาม ปัจจุบันเจ็ทสตาร์แปซิฟิกใช้รหัสจำหน่ายตั๋วร่วมกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ของไทยกับเจ็ทสตาร์เอเชีย (JetStar Asia) ซึ่งเป็นสายการบินร่วมทุนระหว่างเจ็ทสตาร์แห่งออสเตรเลียกับนักลงทุนในสิงคโปร์
       
       ผู้บริหารของเจ็ทสตาร์แปซิฟิกคาดว่า จะได้รับเครื่องบินโดยสารแบบแอร์บัส A320 อีก 1 ลำ ในเดือน ก.ย.นี้ และ คาดว่าจะมีเครื่องบินรุ่นนี้รวม 30 ลำ ในปี 2557 เพื่อใช้แทนโบอิ้ง 737-400 ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่เพียง 4 ลำ
       
       สถานการณ์ราคาน้ำมันที่แพงลิ่วได้ทำให้เจ็ทสตาร์แปซิฟิกต้องเลื่อนแผนการขยายเส้นทางบินในประเทศในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ แต่ก็ยังยืนยันว่าปลายทางสำคัญๆ ซึ่งรวมทั้งดาลัท (Dalat) บวนมาท๊วด (Buon Ma Thuot) ในเขตที่ราบสูงภาคกลาง และนครเกิ่นเทอ (Can Tho) ในที่ราบปากแม่น้ำโขงยังคงอยู่ในแผนพัฒนาการให้บริการ
       
       เมื่อเดือนที่แล้วสายการบินนี้ได้ประกาศงดบินเส้นทางโฮจิมินห์-ญาจาง (Nha Trang) ใน จ.แค๊งหว่า (Khanh Hoa) ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มวันที่ 5 ก.ย. โดยอ้างว่า ต้องเตรียมนำเครื่องบินไปใช้บินเส้นทางเชื่อมภูมิภาคที่จะเปิดใหม่
       
       ไทยแอร์เอเชียเปิดบินเส้นทางกรุงเทพฯ-โฮจิมินห์ มาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2551 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีสายการบินต้นทุนต่ำบินจากไทย บินไปยังนครใหญ่ที่มีประชากร 8 ล้านคน และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภาคใต้เวียดนาม
       
       อย่างไรก็ตามไทยแอร์เอเชียให้บริการบินเส้นทางนี้เพียงสัปดาห์ละ 2 เที่ยว หลังจากเปิดบินประจำวันเชื่อมกรุงเทพฯ-กรุงฮานอยมาตั้งแต่ปี 2548
       
       สายการบินต้นทุนต่ำของต่างชาติหลายแห่งได้พยายามมาเป็นเวลานาน ในการหาช่องทางบินเข้าสู่โฮจิมินห์ซึ่งเป็นศูนย์กลางบินในภาคใต้ แต่รัฐบาลเวียดนามไม่อนุญาต
       
       อย่างไรก็ตามในเดือน มี.ค.2550 เวียดนามอนุญาตให้บริษัทสายการบินแควนตัสเข้าซื้อหุ้นในแปซิฟิกแอร์ไลน์ และประกาศจะออกใบอนุญาตให้มีการจัดตั้งสายการบินใหม่รวมจำนวน 5 แห่ง
       
       ปีนี้เวียดนามอนุญาตได้ให้ใบอนุญาตแก่สายการบินเวียดเจ็ทแอร์ (VietJet Air) กับแอร์สปีดอัพ (Air Speed Up) เป็นสายการบินต้นทุนต่ำที่ถือหุ้นโดยเอกชนถึง 100%
       
       นครโฮจิมินห์เป็นศูนย์การบินที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของประเทศ ที่กำลังจะมีการก่อสร้างท่าสนามบินนานาชาติลองแถ่ง (Long Thanh) โดยทางการกล่าวว่าจะให้มีความใหญ่โตเทียบชั้นกับสนามบินสุวรรณภูมิของไทย หรือท่าอากาศยานชางงีในสิงคโปร์.




Read more...


Read more...